วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า

ขั้นตอนแบบเละอียดการเพาะเห็ดฟาง
มีคนถามมาเยอะ บางคนก็ทำได้ บางคนก็ทำไม่ได้ แอดมินจึงค้นหาหลักการและวิธีการเพาะเห็ดฟางแบบละเอียด เขาทำกันยังไง ให้ดูทีละรูปแล้วทำตาม
ค่าใช้จ่ายในการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า มีดังนี้
1. ตะกร้าพลาสติกขนาดสูง 11 นิ้ว ปากตะกร้ากว้างประมาณ 18 นิ้ว มีตาห่างกันประมาณ 1 นิ้ว ตะกร้าใบหนึ่งใช้ได้หลายครั้ง อาจใช้ได้นานเกิน 20 ครั้งขึ้นไป ราคาใบละประมาณ 30 บาท
2. ชั้นโครงเหล็ก ใช้เหล็กแป๊ปสี่เหลี่ยมขนาด 6 หุน มาทำเป็นโครงเหล็กให้ได้ขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร สูง 2 เมตรยาง 2 เมตร ซึ่งโครงเหล็กมี 4 ชั้น สามารถวางตะกร้าเพาะได้ 40 ใบ ราคาโครงเหล็กประมาณ 705 บาท
3. แผ่นพลาสติกสำหรับคลุมชั้นโครงเหล็ก ใช้แผ่นพลาสติกใสขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร ราคาประมาณ 60 บาท
4. โรงเรือน ซึ่งโรงเรือนเป็นไม้ลักษณะของโรงเรือน คือนำไม้มาประกอบกันซึ่งสร้างให้มีขนาดใหญ่ จนสามารถครอบชั้นโครงเหล็กได้ ราคาโรงเรือนทั้งหมดประมาณ 900 – 1,000 บาท
5. วัสดุเพาะ อาจใช้ฟางหรือก้อนขี้เลื่อยที่ผ่านการเพาะเห็ดถุงมาแล้ว ใช้ 9 ก้อนต่อ 1 ตะกร้า ราคาเฉลี่ยประมาณก้อนละ50 สตางค์ รวมเป็นเงินต่อตะกร้าประมาณ 4 – 5 บาท
6.อาหารเสริม เราสามารถใช้ผักตบชวาหั่นประมาณ 1 ลิตรต่อตะกร้าคิดเป็นเงินรวมตะกร้าละไม่ถึง 1 บาท
7. ค่าเชื้อเห็ดฟางแบบอีแปะถุงละประมาณ 2 บาท
8. ค่าจ้างแรงงานเพาะคิดเป็นเงินตะกร้าละ 3 บาท
9. ค่าจ้างดูแล คิดเป็นเงินต่อตะกร้าละประมาณ 5 บาท
10. ค่าจ้างแรงงาน เพื่อการเก็บเกี่ยวและปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวต่อผลผลิตกิโลกรัมละประมาณ 5 บาทรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 2 พันบาทต้น ๆ แต่หากลบค่าใช้จ่ายเรื่องโรงเรือนออกไป ราคาเห็ดฟางต่อหนึ่งตะกร้าจะลง ทุนเพียงประมาณไม่ถึง 50 บาท เท่านั้น
การดูแลรักษาสำหรับการเพาะเห็ดฟางในตระกร้า
*สถานที่ควรเป็นพื้นดิน ใต้ร่มไม้หรือร่มสนิท
*ซ้อนตะกร้า เป็นรูปสามเหลี่ยม แนวยาว 1 แถว หรือ 2 แถว
*รดน้ำที่พื้นดินให้เปียกแฉะ จะได้ความชื้นจากการระเหยของน้ำที่ดิน
*คลุมด้วยพลาสติก ทับด้วยฟางแห้ง หรือแสลน ปล่อยทิ้งไว้ 3 คืน
*ครบ 3 คืน เปิดระบายอากาศตรงกลาง แล้วคลุมไว้เหมือนเดิม อีก 3-4 วันเก็บผลผลิตได้
*ผลผลิต 1 ตะกร้า 1 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับอาหารเสริม ยิ่งใส่มาก ผลผลิตยิ่งสูงตาม
*อาหารเสริมจะใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือใช้ร่วมกันหลายๆอย่างก็ได้
CR: hot.ohozaa.com/












ขั้นตอนแบบเละอียดการเพาะเห็ดฟางมีคนถามมาเยอะ บางคนก็ทำได้ บางคนก็ทำไม่ได้ แอดมินจึงค้นหาหลักการและวิธีการเพาะเห็ดฟางแบ...
โพสต์โดย โอเอซิส นวัตกรรมสริมอาหารสำหรับพืชทดแทนปุ๋ย บน 24 กุมภาพันธ์ 2016

การเพาะถั่วงอกในขวดพลาสติก

ไม่มีที่ดินแต่สามารถเพาะถั่วงอกในขวดขาย ได้เดือนละ 30,000 บาท
โดยขั้นตอนแรกนำขวดน้ำพลาสติกแบบสี่เหลี่ยมมาเจาะรูระบายน้ำ 2 แถว แถวละ 5 รู รวมทั้งหมด 10 รู
เริ่มเจาะรูในร่องของขวดตั้งแต่ข้อที่ 4-8 และเจาะระบายอากาศบริเวณคอขวดอีก 3 รู และใช้มีดคัตเตอร์เปิดเป็นที่ใส่เมล็ดถั่วและรดน้ำในบริเวณขวดด้านฝั่งตรงข้ามกับที่เจาะรู (10 รู) การเจาะรูขวด
ถ้ามีหัวแร้งจะเจาะรูได้สะดวกและรวดเร็วกว่าการใช้ธูปเจาะ แต่ถ้าไม่มีสามารถใช้ธูปแทนได้ โดยเวลาที่ใช้ธูปเจาะควรเป่าธูปให้ไฟติดเป็นสีแดง จะทำให้เจาะได้ง่ายขึ้น จากนั้นนำเมล็ดถั่วเขียวแห้งใส่ลงในขวด แล้วตั้งขวดขึ้นปริมาณของเมล็ดถั่วให้ใส่เท่ากับความสูงของรอยควั่นรอยแรก (หรือข้อแรกของก้นขวด) แล้วใส่น้ำสะอาดลงในขวด
ใช้นิ้วมือกดปิดฝาที่เราทำไว้สำหรับรดน้ำ จากนั้นนอนขวดลงแล้วเขย่าขวดไปข้างหน้าและถอยหลังเพื่อเป็นการล้างเมล็ดถั่วเขียวให้สะอาด
ทำการล้างทำความสะอาดสัก 2-3 ครั้ง เตรียมน้ำอุ่น (โดยใช้น้ำเดือด 1 ส่วนผสมกับน้ำธรรมดา 3 ส่วน ก็จะได้น้ำอุ่นพอดี) เติมน้ำอุ่นลงไปให้สูงถึงข้อที่ 3 ของขวดแล้วแช่เมล็ดถั่วเขียวทิ้งไว้ 6–8 ชม. เพื่อให้เมล็ดถั่วพองตัว กระตุ้นให้เมล็ดถั่วงอกดีและที่สำคัญเป็นการช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิดด้วย
เมื่อแช่น้ำจนได้เวลา ให้เปลี่ยนใส่น้ำธรรมดาเพื่อทำความสะอาดเมล็ดอีก 1-2 ครั้ง โดยเขย่าล้างอย่างเบามือแล้วนอนขวดให้เมล็ดถั่วเขียวกระจายให้ทั่วขวด วางขวดในแนวนอน น้ำจะค่อย ๆ ไหลซึมผ่านรูที่เจาะไว้
จากนั้นนำตะแกรงเกล็ดปลามาม้วนหุ้มปิดทับขวด เพื่อช่วยพรางแสง ช่วยลดการปะทะของน้ำที่รดลงไป และห่อทับอีกชั้นด้วยผ้าขนหนู หรือกระสอบ เพื่อไม่ให้แสงเข้า วันถัดมาให้รดน้ำด้วยฝักบัวหรือใช้ขันตักราด ให้น้ำค่อย ๆ ซึมผ่านรูที่เจาะไว้
ให้รดน้ำวันละ 3 เวลา คือเช้า-กลางวัน-เย็น ผ่านไป 2 วัน 3 คืน จะได้ถั่วงอกขึ้นแน่นเต็มขวดนำถั่วงอกออกจากขวดทางช่องที่เจาะไว้โดยขวดขนาด 1,500 ซีซี
จะได้ถั่วงอกประมาณ 6 ขีด หรือ 600 กรัม ส่วนขวดขนาด 750 ซีซี จะได้ถั่วงอกประมาณ 300 กรัม ส่วนขวดขนาด 600 ซีซี
จะได้ถั่วงอกประมาณ 200 กรัม และขวดขนาด 5 ลิตร จะได้ถั่วงอกประมาณ 4–5 กิโลกรัมครับผม






ไม่มีที่ดินแต่สามารถเพาะถั่วงอกในขวดขาย ได้เดือนละ 30,000 บาทโดยขั้นตอนแรกนำขวดน้ำพลาสติกแบบสี่เหลี่ยมมาเจาะรูระบายน้ำ...
โพสต์โดย โอเอซิส นวัตกรรมสริมอาหารสำหรับพืชทดแทนปุ๋ย บน 25 กุมภาพันธ์ 2016

เทคนิคการปลูกผักแบบต่างๆ












ไม่มีคำว่าอดตายสำหรับคนที่มีความรู้และความขยัน
โพสต์โดย โอเอซิส นวัตกรรมสริมอาหารสำหรับพืชทดแทนปุ๋ย บน 27 กุมภาพันธ์ 2016

ปลูกผักปลอดสารพิษกินเองไม่ง้อใคร สำหรับคนมีพื้นที่น้อย
โพสต์โดย โอเอซิส นวัตกรรมสริมอาหารสำหรับพืชทดแทนปุ๋ย บน 26 กุมภาพันธ์ 2016

ปลูกผักบุ้งจีน 50 ตารางวา 25 วัน ขายได้ 78,000 บาท

ปลูกผักบุ้งจีน 50 ตารางวา 25 วัน ขายได้ 78,000 บาท
ผักบุ้งจีน เป็นพืชผักที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยมาช้านาน เนื่องจากมีลำต้น อวบ ตรงใหญ่ มีสีสันน่าทาน ทั้งยังเป็นพืชที่เพาะปลูกง่าย ขายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและผู้ปลูกมาที่สุดก็คือ
ผักบุ้งจีนใบไผ่ ที่มีลักษณะใบเรียวเล็กเหมือนใบไผ่ ไม่มีแขนง ข้อปล้องยาว ลำต้นตรง นอกจากผักบุ้งพันธุ์นี้จะมีลักษณะน่ารับประทานแล้ว ยังเป็นพันธุ์ที่ปลูกขายได้ราคาดีอีกด้วย ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกยืนยันว่าสามารถขายได้ 15-20 บาท / กก. เลยทีเดียว
วันนี้ราคาผักบุ้งขั้นต่ำ กิโลกรัมละ 15 บาท ต้นแขนงที่เกิดที่ซอกใบเลี้ยงจะเจริญเติมโตเท่าเทียมกับต้นที่เกิดจากเมล็ด ดังนั้นเราจะได้ต้นผักบุ้งเมล็ดละ 3 ต้น
เมล็ดผักบุ้ง 1 กิโลกรัม มีจำนวน 21,750 เมล็ด มีเปอร์เซ็นความงอก ประมาณ 80% ฉะนั้นเมล็ด 1 กิโลกรัม จะมีเมล็ดที่งอกประมาณ 17,400 เมล็ด จะได้ผักบุ้ง จำนวน 52,200 ต้น
ต้นผักบุ้งอายุ 25 วัน จำนวน 50 ต้น จะมีน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ฉะนั้นเมล็ดผักบุ้ง 1 กิโลกรัม จะได้นำหนักต้นผักบุ้ง 1,044 กิโลกรัม ขายราคากิโลกรัมละ 15 บาท เป็นเงิน จำนวน 15,660 บาท
ในที่นี้ เราจะยกตัวอย่างการปลูกโดยใช้พื้นที่ 50 ตารางวา ซึ่งใช้เมล็ดพันธุ์ 4 – 5 กิโลกรัม ดังนั้น เมล็ดผักบุ้ง 5 กิโลกรัม จะสามารถสร้างผลผลิตต้นผักบุ้งได้น้ำหนัก 5,220 กิโลกรัม ขายได้เป็นเงิน 78,000 บาท
แต่ยังไม่หักค่าต้นทุนการผลิต (อย่าเพิ่งเชื่อให้ลองทำก่อน)
ผัก บุ้งจีนใบไผ่นั้นสามารถปลูกได้ทั้งบนบกและในน้ำและสามารถปลูกได้ในดินแทบทุก ชนิดดินที่เหมาะสมในการปลูกผักบุ้งเพื่อการบริโภคสดจะเป็นดินร่วนหรือดิน ร่วนปนทรายผักบุ้งชอบชื้นแฉะ ต้องการความชื้นในดินสูงมากอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตอยู่ในช่วง ที่สูงกว่า 25 องศาเซลเชียส ต้องการแสงแดดเต็มที
ซึ่งประเทศไทยสามารถปลูกได้ดีตลอดไป
โดยมีวิธีปลูกง่ายๆ คือเตรียมแปลงโดยการไถดะและ ไถแปรให้เรียบร้อย และทำการตากแดดทิ้งไว้ เพื่อกำจัดโรคแมลงพร้อมใส่ปุ๋ยคอก ปลูกแบบได้ทั้งแบบหว่านเมล็ด และแบบแยกหน่อ
การเตรียมแปลง
1.ไถและเตรียมดินที่จะปลูกให้สมบูรณ์ วัดความเป็นกรด-ด่างในดินให้มีค่า PH อยู่ที่5 -7 ถ้าไม่ได้ให้ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักใส่ผสมลงไปอัตรา 1 – 2 ตันต่อไร่ จากนั้นตากดินไว้ 7 วัน
2.ปรับไถดินด้วยรถไถคราดเศษวัชพืชออกให้ดินร่วนซุย ยกร่องเป็นแปลงปลูก ขนาด 50 ตารางวา (กว้าง 4 x 48 เมตร) ใช้เมล็ดพันธุ์ 4 – 5 กิโลกรัม
การเตรียมเมล็ด
1. นำเมล็ดแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน (ถ้าต้องการให้งอกเร็วให้ต้มน้ำให้เดือดนำไปผสมกับน้ำให้อุณหภูมิอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส นำเมล็ดแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน)
2. บ่มเมล็ดโดยห่อเมล็ดด้วยผ้าขาวบาง ทิ้งไว้ให้เปลือกของเมล็ดหลุดออก จากนั้นจึงนำไปหว่านในแปลงที่เตรียมไว้ เสร็จแล้วนำฟางหรือใบอ้อยหรือแกลบผสมปุ๋ยคอกมาคลุมปิดด้านบนเพื่อช่วยเก็บความชื้น
ผักบุ้งจีน เป็นพืชผักที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยมาช้านาน เนื่องจากมีลำต้น อวบ ตรงใหญ่ มีสีสันน่าทาน ทั้งยังเป็นพืชที่เพาะปลูกง่าย ขายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและผู้ปลูกมาที่สุดก็คือ ผักบุ้งจีนใบไผ่ ที่มีลักษณะใบเรียวเล็กเหมือนใบไผ่ ไม่มีแขนง ข้อปล้องยาว ลำต้นตรง นอกจากผักบุ้งพันธุ์นี้จะมีลักษณะน่ารับประทานแล้ว ยังเป็นพันธุ์ที่ปลูกขายได้ราคาดีอีกด้วย ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกยืนยันว่าสามารถขายได้ 15-20 บาท / กก. เลยทีเดียว
วันนี้ราคาผักบุ้งขั้นต่ำ กิโลกรัมละ 15 บาท ต้นแขนงที่เกิดที่ซอกใบเลี้ยงจะเจริญเติมโตเท่าเทียมกับต้นที่เกิดจากเมล็ด ดังนั้นเราจะได้ต้นผักบุ้งเมล็ดละ 3 ต้น
เมล็ดผักบุ้ง 1 กิโลกรัม มีจำนวน 21,750 เมล็ด มีเปอร์เซ็นความงอก ประมาณ 80% ฉะนั้นเมล็ด 1 กิโลกรัม จะมีเมล็ดที่งอกประมาณ 17,400 เมล็ด จะได้ผักบุ้ง จำนวน 52,200 ต้น
ต้นผักบุ้งอายุ 25 วัน จำนวน 50 ต้น จะมีน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ฉะนั้นเมล็ดผักบุ้ง 1 กิโลกรัม จะได้นำหนักต้นผักบุ้ง 1,044 กิโลกรัม ขายราคากิโลกรัมละ 15 บาท เป็นเงิน จำนวน 15,660 บาท
ในที่นี้ เราจะยกตัวอย่างการปลูกโดยใช้พื้นที่ 50 ตารางวา ซึ่งใช้เมล็ดพันธุ์ 4 – 5 กิโลกรัม ดังนั้น เมล็ดผักบุ้ง 5 กิโลกรัม จะสามารถสร้างผลผลิตต้นผักบุ้งได้น้ำหนัก 5,220 กิโลกรัม ขายได้เป็นเงิน 78,000 บาท
แต่ยังไม่หักค่าต้นทุนการผลิต (อย่าเพิ่งเชื่อให้ลองทำก่อน)
ผัก บุ้งจีนใบไผ่นั้นสามารถปลูกได้ทั้งบนบกและในน้ำและสามารถปลูกได้ในดินแทบทุก ชนิดดินที่เหมาะสมในการปลูกผักบุ้งเพื่อการบริโภคสดจะเป็นดินร่วนหรือดิน ร่วนปนทรายผักบุ้งชอบชื้นแฉะ ต้องการความชื้นในดินสูงมากอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตอยู่ในช่วง ที่สูงกว่า 25 องศาเซลเชียส ต้องการแสงแดดเต็มที ซึ่งประเทศไทยสามารถปลูกได้ดีตลอดไป
โดยมีวิธีปลูกง่ายๆ คือเตรียมแปลงโดยการไถดะและ ไถแปรให้เรียบร้อย และทำการตากแดดทิ้งไว้ เพื่อกำจัดโรคแมลงพร้อมใส่ปุ๋ยคอก ปลูกแบบได้ทั้งแบบหว่านเมล็ด และแบบแยกหน่อ
การเตรียมแปลง
1.ไถและเตรียมดินที่จะปลูกให้สมบูรณ์ วัดความเป็นกรด-ด่างในดินให้มีค่า PH อยู่ที่5 -7 ถ้าไม่ได้ให้ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักใส่ผสมลงไปอัตรา 1 – 2 ตันต่อไร่ จากนั้นตากดินไว้ 7 วัน
2.ปรับไถดินด้วยรถไถคราดเศษวัชพืชออกให้ดินร่วนซุย ยกร่องเป็นแปลงปลูก ขนาด 50 ตารางวา (กว้าง 4 x 48 เมตร) ใช้เมล็ดพันธุ์ 4 – 5 กิโลกรัม
การเตรียมเมล็ด
1. นำเมล็ดแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน (ถ้าต้องการให้งอกเร็วให้ต้มน้ำให้เดือดนำไปผสมกับน้ำให้อุณหภูมิอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส นำเมล็ดแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน)
2. บ่มเมล็ดโดยห่อเมล็ดด้วยผ้าขาวบาง ทิ้งไว้ให้เปลือกของเมล็ดหลุดออก จากนั้นจึงนำไปหว่านในแปลงที่เตรียมไว้ เสร็จแล้วนำฟางหรือใบอ้อยหรือแกลบผสมปุ๋ยคอกมาคลุมปิดด้านบนเพื่อช่วยเก็บความชื้น
การดูแลรักษา
รดน้ำให้ชุ่ม(เช้า-เย็น) โดยรดทุกวัน ประมาณ 3 วัน ผักบุ้งจะเริ่มงอก ขึ้นมาเป็นต้นให้เห็น หลังหว่านได้ 5-7 วัน
โรค-แมลงศัตรูผักบุ้งที่พบว่ามีการระบาดในแปลงปลูกและสร้างความเสียหายให้แก่ผักบุ้งได้แก่อาการใบหงิกงอสาเหตุจากเพลี้ยเข้าทำลายหากพบ ให้กำจัดด้วยน้ำหมักใบยาสูบ โดยจะหาซื้อใบยาสูบหยาบจากโรงงาน ราคาประมาณ กิโลกรัมละ 8-10 บาท อัตรา 10 กก. ใส่ในถังน้ำมัน 200 ลิตร เติมน้ำพอท่วม ปิดฝาถังหมักทิ้งไว้ 1 คืน นำไปฉีดพ่นให้ทั่วทุก 5-7 วัน จะช่วยกำจัดเพลี้ย สาเหตุของอาการใบหงิกได้
นอกจากนี้ยังพบว่ามี โรคราสนิมขาว เข้าทำลายผักบุ้ง ซึ่งพืชจะมีอาการเป้นจุดสีเหลืองซีดด้านบนใบ ด้านใต้-ใบตรงกันข้ามจะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ ขนาด 1-2 มิลลิเมตร อาจพบลักษณะปุ่มปม หรือบวมพองโตขึ้นในส่วนของก้านใบและลำต้น บางครั้งจะเป็นจุดหลืองเล็ก ๆ และขยายใหญ่จนขาวทั้งใบ ซึ่งเชื้อโรคชนิดนี้จะพบมากในสภาพอากาศร้อนชื้น
วิธีการจัดการคือ หมั่นรดน้ำให้มากขึ้นและใช้น้ำปูนใสผสมฉีดพ่นให้ทั่วแปลงปลูก โดยจะผสมน้ำปูนใสได้จาก ปูน (ที่ใช้สำหรับเคี้ยวหมาก) 1 ช้อนแกง + น้ำสะอาด 20 ลิตร
**นำปูนมาละลายในน้ำพอประมาณ และทิ้งไว้จนตกตะกอน กลายเป็นน้ำปูนใส กรองเอาเฉพาะน้ำปูนใสนำไปฉีดพ่นให้ทั่วทุก 5-7 วัน จะช่วยป้องกันและกำจัดเชื้อราสาเหตุของโรคพืชได้ และต้องดูแลระบบการให้น้ำในแปลงปลูก อย่าให้ชื้นแฉะจนเกินไป
อายุ 7-14 วัน ช่วงนี้ควรทำให้แปลงปลูกผักบุ้งปลอดวัชพืช โดยใช้วิธีกำจัดด้วยการถอนออก แล้วใส่ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 โดยหว่านบางๆ ลงไปในแปลงปลูกแล้วรดน้ำตามทันที ควรทำช่วงเช้ามืด
การเก็บเกี่ยว
สามารถเก็บเกี่ยวจำหน่ายได้ตั้งแต่อายุ18-25วันหรือผักบุ้งมีขนาดลำต้น 3 หุน ยาว 30 ซม.ในฤดูร้อน และ เก็ยบเกี่ยวที่อายุ 24-25 วัน ในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูกาลที่พืชผักเติบโตช้า โดยใช้วิธีการถอนผักบุ้งให้ได้กำละ 1 กก. นำมาล้างให้สะอาด และคัดแยกใบเสียทิ้ง บรรจุลงในถุง 5 กก. แล้วนำส่งตลาด ซึ่งจะมีพ่อค้าในพื้นที่มารับไปจำหน่ายต่อไป







ปลูกผักบุ้งจีน 50 ตารางวา 25 วัน ขายได้ 78,000 บาทผักบุ้งจีน เป็นพืชผักที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยมาช้านาน เนื...
โพสต์โดย โอเอซิส นวัตกรรมสริมอาหารสำหรับพืชทดแทนปุ๋ย บน 28 กุมภาพันธ์ 2016

ปลูกผักบุ้งกินเองสำหรับคนเมือง

ปลูกผักบุ้งกินเองสำหรับคนเมือง
สำหรับการปลูกผักบุ้งไว้กินเองง่ายๆ มีอุปกรณ์และวิธีการง่ายๆ ดังนี้ครับ
1. ตะกร้าเล็กๆ 
2. กะละมังหรือถังน้ำเล็กๆ ที่พอดีกับตะกร้า
3. น้ำสะอาด
4. และเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีน
วิธีการปลูกก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำเอาเมล็ดผักบุ้งใส่ในตะกร้า แล้วนำไปวางไว้ในกะละมังหรือถังใส่น้ำ ให้น้ำนั้นพอท่วมเม็ดผักบุ้งนิดหน่อย เมื่อเวลาผ่านไปซัก 2-3 วัน เม็ดผักบุ้งก็จะงอกออกมา อย่างที่เห็นครับ นำไปวางไว้ในที่มีแสง รอเวลาให้ผักบุ้งของเราเจริญเติบโต ก็สามารถเก็บมาทานได้เลย
cr: ที่สุดในโลก.com







ปลูกผักบุ้งกินเองสำหรับคนเมืองสำหรับการปลูกผักบุ้งไว้กินเองง่ายๆ มีอุปกรณ์และวิธีการง่ายๆ ดังนี้ครับ1. ตะกร้าเล็กๆ...
โพสต์โดย โอเอซิส นวัตกรรมสริมอาหารสำหรับพืชทดแทนปุ๋ย บน 28 กุมภาพันธ์ 2016

วิธีเพาะเห็ดปลวก(เห็ดโคน)จากจอมปลวก ได้กินทั้งปี

วิธีเพาะเห็ดปลวก(เห็ดโคน)จากจอมปลวก ได้กินทั้งปี
หลอกปลวก ให้ได้เห็ดโคนนอกฤดู ทำได้เฉพาะในที่มีจอมปลวก
วิธีทำให้เอารังปลวก(จาวปลวก)1 กำมือ ผสมข้าวเหนียวสุก 1 กิโล และขาเห็ดโคนที่เราตัดทิ้งแล้วไม่เอา หรือเห็ดโคนแก่ แล้วนำมาแช่น้ำ และผสมลงไปที่ข้าวด้วย ถ้าที่ตรงนั้น เคยมีเห็ดโคนเกิดแล้ว ไม่ต้องใส่ก็ได้ เติมน้ำ 20 ลิตรหมักใว้ในถัง แล้วปิดฝา วางในที่ร่มทิ้งใว้ 7-10 วัน
ในถังหมักจะมีจุลินทรีย์โปรโตซัวชนิดหนึ่ง ซึ่งจะขยาย ตัวเป็นฝ้าสีขาวลอยเหนือผิวนําหมัก หลังจากหมักครบ 7 วันแล้วให้เรานํานํ้าจุลินทรีย์จาวปลวกที่ว่านี้ ไปราดที่จอม ปลวกข้างบ้าน คลุมด้วยเศษฟางข้าวหรือเศษใบไม้ เสร็จ แลวให้รดนําพอชื้น อีกประมาณ 10-15 วัน ก็จะมีเห็ดโ คนโผล่ขึ้นมาให้เรารับประทาน ใครสนใจทดลองทำดูนะ
น้ำจุลินทรีย์จาวปลวก ยังสามารถนำมารด พืชผัก ผลไม้ บางคนเอาไปรดบนโคนตันไม้ ก็เกิดเห็ดโคนขึ้นมาได้เหมือนกัน ใช้ในอัตราส่วนประมาณ 1 ลิตร ต่อน้ำ 10 ลิตรใช้ฉีดพ่นเพื่อย่อยสลายเศษวัชพืช (หมักทำปุ๋ยหมัก) หรือย่อยสลายตอซังข้าวก่อนทำการไถประมาณ 7 วัน หลังจากนั้นไถกลบ และ หากจะนำไปรดโคนต้นเพื่อบำรุงพืชผลอื่นๆก็ได้เช่นกัน ในอัตราส่วนข้างต้น ไม่ตายตัวสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมกับการใช้งาน







วิธีเพาะเห็ดปลวก(เห็ดโคน)จากจอมปลวก ได้กินทั้งปีหลอกปลวก ให้ได้เห็ดโคนนอกฤดู ทำได้เฉพาะในที่มีจอมปลวกวิธีทำให้เอารัง...

คัดลอกบทความและรูปภาพจาก >>โอเอซิส นวัตกรรมสริมอาหารสำหรับพืชทดแทนปุ๋ย บน 29 กุมภาพันธ์ 2016

วิธีการเพาะเห็ดระโงกง่ายมากๆ ครับ

วิธีการเพาะเห็ดระโงกง่ายมากๆ ครับ
วิธีปลูกเห็ดระโงก วิธีนี้ผมเคยเรียนมาเองทำแล้วสำเร็จ คือ
ขั้นตอนแรกครับ ต้องเก็บดอกเห็ดระโงกแก่ ที่ดอกกำลังจะเปลี่ยนสีเป็นสีขาว แก่มากๆเชื้อเห็ดมันหลุดหมดแล้ว ให้นำมาขยี้ผสมกับน้ำเปล่า เห็ด 1 กิโลกรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร นำไปมารดบริเวณโคลนต้นไม้ เช่น ต้นยางนา ต้นพะยอม ต้นมะม่วง ต้นแคร์บ้าน ต้นลำใย เพราะต้นไม้พวกนี้เห็ดระโงกจะชอบเกิด
วิธีการคือขุดบริเวณรอบๆ โคลนต้นไม้แล้วเอาน้ำเชื้อเห็ดเทลงราดให้ทั่วบริเวณโคลนไม้ ตามด้วยปุ๋ยคอก และดินกลบบางๆ ปุ๋ยคอกจะช่วยให้เห็ดระโงกเกิดได้ดี รอฝนตกเห็ดระโหกก็จะเกิด
แต่ถ้าเราสามารถควบคุมอุณภูมิได้ก็สามารถทำให้เห็ดระโหกเกิดนอกฤดูกาลได้ครับ
อีกวิธีคือการปลูกพร้อมกับกล้าไม้
เช่น ต้นยางนา ต้นพะยอม ต้นมะม่วง ต้นแคร์บ้าน ต้นลำใย นำน้ำสปอร์(เชื้อเห็ด)ที่ได้ไปหยอดลงถุงกล้าไม้ ต้นละ 30 ซีซี
เมื่อเราแกะถุงดำกล้าไม้ออกนำไปปลูกลงฟื้นดิน เชื้อเห็ดระโงกที่ผสมอยู่ในน้ำก็จะถูกปลูกไปด้วยครับ เท่านี้เราก็รอเก็บเห็ดระโงกแสนอร่อยได้ตามฤดูกาล โดยที่เราไม่ต้องออกไปหาเก็บเห็ดระโงกในป่าอีกแล้ว เพียงแค่รอเก็บเห็ดระโงกในสวนที่เราปลูกต้นไม้เอาใว้ครับ






วิธีการเพาะเห็ดระโงกง่ายมากๆครับวิธีปลูกเห็ดระโงก วิธีนี้ผมเคยเรียนมาเองทำแล้วสำเร็จ คือ ขั้นตอนแรกครับ ต้องเก็บดอกเ...
โพสต์โดย โอเอซิส นวัตกรรมสริมอาหารสำหรับพืชทดแทนปุ๋ย บน 1 มีนาคม 2016