การเตรียมแปลง แนะนำให้ทำปุ๋ยหมักไว้ใช้ โดยใช้เวลาเพียง 20 วัน ก็สามารถใช้ได้แล้ว ซึ่งส่วนประกอบในการทำปุ๋ยหมักใช้เอง มีดังนี้
1.ปุ๋ยคอก 2 กระสอบป่าน
2.แกลบขาว 1 กระสอบป่าน
3.แกลบดำ 1 ถุงปุ๋ย
4.น้ำหมัก 1 ขวดโพลาริส
5.กากน้ำตาล แล้วแต่จะเติมใส่เพื่อช่วยในการย่อยสลาย
นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 20 วัน
1.ปุ๋ยคอก 2 กระสอบป่าน
2.แกลบขาว 1 กระสอบป่าน
3.แกลบดำ 1 ถุงปุ๋ย
4.น้ำหมัก 1 ขวดโพลาริส
5.กากน้ำตาล แล้วแต่จะเติมใส่เพื่อช่วยในการย่อยสลาย
นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 20 วัน
สูตรน้ำหมัก
1.ผักบุ้ง, ผักคะน้า, ผลไม้สด รวมกัน 3 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาล 3 กิโลกรัม
1.ผักบุ้ง, ผักคะน้า, ผลไม้สด รวมกัน 3 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาล 3 กิโลกรัม
วิธีการใช้ปุ๋ยเพื่อเตรียมแปลง หากเป็นแปลงนาใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนมาทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ให้ใส่ปุ๋ยลงแปลง1ไร่ ต่อปุ๋ย 1 ตัน ถ้าเป็นแปลงนาที่ทำนาเกษตรอินทรีย์มาแล้ว ก็ใช้ไร่ละ 100 200 กิโลกรัม เมื่อใส่ลงไปแล้วให้ปล่อยน้ำเข้าที่นาไม่ต้องปล่อยเข้ามาก หลังจากนั้นก็เริ่มไถกลบและ เตรียมปัก ดำ หรือหว่านตามที่ต้องการได้ หลังจากนั้นช่วงระยะข้าวตั้งท้องก็ให้ฉีดน้ำส้มควันไม้ไว้ แล้วรอทำการเก็บเกี่ยว
วิธีทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ
1. บดป่นหรือสับเล็กส่วนผสมทั้งหมด คลุกเคล้าให้เข้ากัน บรรจุลงภาชนะที่ไม่ใช่โลหะ
2. ใส่กากน้ำตาลพอท่วม เติมน้ำมะพร้าวท่วมมาก ๆ ตามต้องการ ใส่จุลินทรีย์ คนหรือเขย่าให้เข้ากันดี
3. เก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิห้อง ปิดฝาพอหลวม ๆ คนหรือเขย่าบ่อย ๆ
4. หมักนาน 7 วัน ถ้ามีกลิ่นหอมหวานฉุนถือว่า “ใช้ได้” ถ้ามีกลิ่นบูดเปรี้ยวให้เติมกากน้ำตาล น้ำมะพร้าว
และจุลินทรีย์แล้วหมักต่อไปจนกว่าจะมีกลิ่นหอม
และจุลินทรีย์แล้วหมักต่อไปจนกว่าจะมีกลิ่นหอม
5. ระหว่างการหมักมีฟองเกิดขึ้นถือว่าดี หมดฟองแล้วนำไปใช้ได้
6. หมักในภาชนะขนาดเล็กได้ผลเร็วกว่าหมักในภาชนะขนาดใหญ่
7. พยายามกดให้ส่วนผสมจมอยู่ใต้กากน้ำตาลเสมอ
เทคนิคเฉพาะปุ๋ยน้ำชีวภาพ
1. ส่วนผสมที่ข้นมาก แก้ไขด้วยการเติมน้ำมะพร้าวมาก ๆ ไม่ควรเติมน้ำเปล่าทุกกรณีและน้ำมะพร้าวอ่อนดีกว่าน้ำมะพร้าวแก่
2. หมักไว้เป็นเวลานาน ๆ มีกลิ่นบูดเปรี้ยวให้เติมน้ำมะพร้าวกับกากน้ำตาลและจุลินทรีย์ลงไปอีก
3. จุลินทรีย์ธรรมชาติมีใน เปลือก / ตา / แกนจุกสับปะรด แกนต้นปรง ผักปรัง เหง้าหญ้าขนสด ฟางเห็ดฟาง
เนื้อผลไม้รสหวานทุกชนิด หรือที่จำหน่ายตามท้องตลาด เช่น จินเจียงลินซีส บาซิลลัสสุริยา-โน
ไซโมจินัส พด-1 เป็นต้น ให้เติมจุลินทรีย์เพียงเล็กน้อยพอเป็นหัวเชื้อ
เนื้อผลไม้รสหวานทุกชนิด หรือที่จำหน่ายตามท้องตลาด เช่น จินเจียงลินซีส บาซิลลัสสุริยา-โน
ไซโมจินัส พด-1 เป็นต้น ให้เติมจุลินทรีย์เพียงเล็กน้อยพอเป็นหัวเชื้อ
4. ส่วนผสมทั้งหมดไม่จำเป็นต้องหมักพร้อม ๆ กัน ส่วนไหนมาก่อนหมักก่อน มาทีหลังหมักทีหลังในภาชนะเดิม
5.กากปุ๋ยหมักชีวภาพคือส่วนที่ยังย่อยสลายไม่หมดเมื่อใช้น้ำหัวเชื้อหมดแล้วให้ใส่ส่วนผสมชุดใหม่ผสมกับกากเดิมเติมกากน้ำตาล น้ำมะพร้าวและจุลินทรีย์แล้วหมักต่อไป
6. ปุ๋ยน้ำชีวภาพสามารถเก็บได้นานนับปีหรือข้ามปีโดยไม่เสื่อมสภาพ
7. ธาตุอาหารพืชในปุ๋ยน้ำชีวภาพมีอะไรบ้างและจำนวนเท่าไรขึ้นอยู่กับส่วนผสมที่ใช้
8.น้ำหัวเชื้อปุ๋ยน้ำชีวภาพเมื่อกรองออกมาใส่ขวดทึบแสงแล้วเก็บในตู้เย็นที่ช่องเย็นธรรมดาหรือในอุณหภูมิห้อง
สามารถเก็บไว้ได้นาน ระหว่างเก็บให้ตรวจสอบด้วยการดมกลิ่น ของดีมีกลิ่นหอมหวานฉุน
สามารถเก็บไว้ได้นาน ระหว่างเก็บให้ตรวจสอบด้วยการดมกลิ่น ของดีมีกลิ่นหอมหวานฉุน
9. ปุ๋ยน้ำชีวภาพที่ดีต้องไม่มีกลิ่นของส่วนผสมอย่างใดอย่างหนึ่งชัดเจน
10. หัวเชื้อปุ๋ยน้ำชีวภาพที่หมักใช้การได้ใหม่ ๆ เป็นกรดจัด เมื่อหมักนาน ๆ ความเป็นกรดจะลดลงเอง
11. หนอนที่เกิดในภาชนะหมักเกิดจากไข่แมลงวัน หนอนนี้จะไม่เป็นแมลง เมื่อโตเต็มที่จะตายไปเอง
12. ฝ้าที่ลอยอยู่ที่ผิวหน้าคือจุลินทรีย์ที่ตายแล้ว คนหรือเขย่าให้จมลงเป็นอาหารจุลินทรีย์ที่ยังไม่ตาย
13. ประกายระยิบระยับที่ผิวหน้า คือ “ฮิวมัส” ธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อพืช
14. อัตราใช้ เนื่องจากความเข้มข้นที่แต่ละคนทำไม่เท่ากัน ก่อนใช้งานจริงต้องทดสอบก่อนอัตราตั้งแต่
1-20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ถ้าใช้อัตราเข้มข้นเกินจะทำให้ใบพืชไหม้โดยทั่วไปอัตราที่ใช้ให้ทางใบ 1/1,000
ทุก 7-10 วันให้ทางราก 1/500 ทุก 10–15 วัน
1-20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ถ้าใช้อัตราเข้มข้นเกินจะทำให้ใบพืชไหม้โดยทั่วไปอัตราที่ใช้ให้ทางใบ 1/1,000
ทุก 7-10 วันให้ทางราก 1/500 ทุก 10–15 วัน
15. ก่อนการให้กับพืชอาจผสมปุ๋ยเคมีหรือฮอร์โมนพืชร่วมด้วยก็ได้ตามความเหมาะสม
16. ปุ๋ยน้ำชีวภาพจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใช้ร่วมกับปุ๋ยหมักชีวภาพ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น