วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

สรรพคุณทางยาของกะเพรา

ที่มา www.facebook.com/บ้านสวนลุงฟ้า แฮปปี้ฟาร์ม 7 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 20:47 น.

ใบกะเพรา เป็นใบของต้นกะเพรา มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Ocimum tenuiflorum L. มีชื่อพ้อง Ocimum sanctum L. ในวงศ์ Labiatae บางถิ่นเรียก กอมก้อ กอมก้อดง(ภาคเหนือ) กะเพราขน กะเพราขาว กะเพราแดง(ภาคกลาง) ผักอีตู่ไท(ภาคอีสาน) ก็มี มีชื่อสามัญว่า Holy Basil หรือ Sacred Basil เพราะเห็นว่าแขกถือว่าเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ แขกเรียกกะเพราว่า “Tulasi” (สันสกฤต) หรือ “Tulsi” (ฮินดี) มักปลูกไว้ตามโบสถ์ฮินดู เชื่อกันว่าเมื่อจะสิ้นชีวิต ถ้านอนตายบนใบกะเพราจะได้ขึ้นสวรรค์

ต้นกะเพราเป็นพืชที่พบทั่วไปในเอเชียเขตร้อน ในประเทศไทยนิยมปลูกเป็นพืชสวนครัว กะเพราเป็นไม้ล้มลุก แตกกิ่งก้านสาขา สูง ๓๐-๖๐ ซม. โคนต้นค่อนข้างแข็ง มีขนตามลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงกันข้าม รูปรี ปลายแหลมหรือมน โคนแหลม ขอบใบจักแบบฟันเลื่อยและเป็นคลื่น แผ่นใบมีขน ดอกเป็นดอกช่อ ช่อดอกเป็นแบบฉัตร ออกที่ยอดและปลายกิ่ง ยาว ๘-๑๐ ซม. ประกอบด้วยดอกเล็กๆ ออกเป็นวงรอบแกนช่อเป็นชั้นๆ ก้านดอกกางออกเกือบตั้งฉากกับแกนช่อ กลีบเลี้ยงติดกันที่โคนเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น ๒ ส่วน ส่วนบนมีกลีบเดียวค่อนข้างกลม ส่วนล่างแยกเป็น ๔ แฉก ปลายเรียวแหลม ด้านในเกลี้ยง ด้านนอกมีขนตามโคนกลีบ กลีบดอกสีขาวหรือขาวปนม่วงแดง รูปปากเปิด ด้านบนมี ๔ กลีบ ปลายกลีบมนขนาดใกล้เคียงกัน ด้านล่างมี ๑ กลีบ ขนาดยาวกว่าด้านบน ตรงกลางกลีบเว้าตื้นๆ ปลายกลีบม้วนลง มีขนละเอียดประปราย เกสรตัวผู้มี ๔ อัน สั้น ๒ อัน ยาว ๒ อัน เกสรตัวเมียมี ๑ อัน รังไข่เป็น ๔ พู ผลเป็นผลแห้งแตกได้ เมล็ดมีขนาดเล็ก รูปไข่ สีน้ำตาล มีจุดสีเข้ม เมื่อนำไปแช่น้ำ เปลือกหุ้มเมล็ดจะพองออกเป็นเมือก

กะเพรามี ๒ พันธุ์ คือ “กะเพราขาว” ลำต้นและใบสีเขียว กลีบดอกสีขาว กับ “กะเพราแดง” ที่ลำต้นและใบสีม่วงแดง ดอกสีขาวหรือขาวปนม่วงแดง ต้นและใบมีขนาดใหญ่กว่ากะเพราขาวเล็กน้อย

ใบกะเพราเป็นเครื่องเทศที่นิยมใช้ปรุงแต่งอาหารและตัดกลิ่นคาว คนไทยสมัยก่อนนิยมกินแกงเลียงใบกะเพราหลังคลอดบุตร เพื่อขับลมและบำรุงร่างกาย

โบราณใช้น้ำคั้นใบกะเพรากินเพื่อขับเหงื่อ แก้ไข้ ขับเสมหะ ขับลม แก้ปวดท้อง แก้ท้องเสีย ทาผิวหนังแก้กลาก เกลื้อนและโรคผิวหนังอื่นๆ ใช้หยอดหูแก้อาการปวดหู ใบกะเพราทำเป็นยาชง ใช้เป็นยาบำรุงธาตุและขับลมในเด็กอ่อน คนไทยนิยมใช้กะเพราแดงมากกว่ากะเพราขาว

ในชวาใช้ใบปรุงเป็นอาหารเพื่อขับน้ำนม ในมาเลเซียใช้น้ำจากใบเป็นยาทาแก้โรคปวดข้อ

ในใบกะเพรามี carotene และ ascorbic acid ให้น้ำมันระเหยง่าย สีเหลืองสด กลิ่นคล้ายกานพลู เนื่องจากมี eugenol เป็นองค์ประกอบ


รูปภาพประกอบจาก www.facebook.com/บ้านสวนลุงฟ้า แฮปปี้ฟาร์ม 7 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 20:47 น.
รหัสภาพ : 16387916_1339356946131458_7513829729653710210_n



รูปภาพประกอบจาก www.facebook.com/บ้านสวนลุงฟ้า แฮปปี้ฟาร์ม 7 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 20:47 น.
รหัสภาพ : 16602623_1339357106131442_5841835599345994214_n



รูปภาพประกอบจาก Thaiherbal.org
ลิงค์รูปภาพ http://thaiherbal.org/wp-content/uploads/2014/05/63-1024x679.jpg





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น